VEGUSPRO เว็บพนันบอล คาสิโนออนไลน์ อันดับ 1
เข้าสู่ระบบ

เปิดเทคนิคการทำเงินจาก บาคาร่า 6 แต้ม

เปิดเทคนิคการทำเงินจาก บาคาร่า 6 แต้ม

เกมไพ่บาคาร่าเป็นหนึ่งในเกมคาสิโนที่มีคนเล่นเยอะที่สุด เนื่องจากมีรูปแบบการวางเดิมพันให้เลือกได้หลายแบบ รวมถึง บาคาร่า 6 แต้ม ซึ่งเป็นอีกรูปแบบการเล่นหนึ่งที่มีนักพนันให้ความสนใจไม่น้อย เพราะอัตราการจ่ายที่ให้ค่าตอบแทนสูง ทำให้ดึงดูดนักพนันให้ลองหันมา เล่น บาคาร่า 6 แต้ม กันมากขึ้น

ในบทความนี้เราจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ บาคาร่า 6 แต้ม ให้คุณได้อ่านกัน ว่าการเล่นเกมนี้มีโอกาสในการชนะมากน้อยแค่ไหน มีวิธีการเล่นอย่างไรบ้าง เพื่อให้ใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าการเล่นบาคาร่าในรูปแบบนี้ เหมาะสมกับคุณหรือไม่ และมี เทคนิคบาคาร่า อะไรบ้างที่จะช่วยให้คุณสามารถเอาชนะเกมไพ่บาคาร่านี้ได้ง่ายขึ้น

การทำเงินจากการเล่น บาคาร่า 6 แต้ม เป็นไปได้หรือไม่

การเล่น บาคาร่า 6 แต้ม คืออะไร ก่อนอื่นเราต้องพาคุณไปทำความเข้าใจกับเกมไพ่นี้ก่อน บาคาร่า 6 แต้ม เป็นการเลือกวางเดิมพันว่าไพ่ของเจ้ามือ ( Banker ) จะเป็นฝ่ายชนะ โดยต้องมีแต้มที่ 6 แต้ม ไม่ว่าจะเป็นการรวมแต้มจากไพ่ 2 ใบ หรือ 3 ใบก็ตาม

โดยทั่วไปแล้ว บาคาร่า 6 แต้ม จะรู้จักในอีกชื่อว่า Super Six Baccarat ( ซูเปอร์ซิกส์บาคาร่า ) ซึ่งจะมีช่องให้วางเดิมพันสำหรับผู้เล่นที่จะเลือกเดิมพันว่าเจ้ามือจะชนะตามเงื่อนไขข้างต้น ค่าตอบแทนที่ได้จากการเล่นฝั่งเจ้ามือในกรณีของ บาคาร่า 6 แต้ม จะไม่ต้องเสีนค่าคอมมิสชั่น 5% ดังนั้นคุณรับเงินรางวัลจากการวางเดิมพันนี้ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

มาถึงประเด็นสำคัญของการเล่น บาคาร่า 6 แต้ม ก็คือ โอกาสในการชนะมีสูงหรือไม่ คงต้องบอกว่าเช่นเดียวกันกับการเล่นพนันที่มีความเสี่ยงสูงรูปแบบอื่น ๆ คือ ยิ่งมีความสี่ยงมาก ก็จะยิ่งได้รับผลตอบแทนสูง ในกรณีของการเล่น บาคาร่า 6 แต้ม นั้น อัตราการจ่ายเงินคือ 12 เท่าในกรณีที่ได้ 6 แต้มจากไพ่ 2 ใบ และจะจ่าย 18 เท่าเมื่อเป็นการได้ 6 แต้มจากไพ่ 3 ใบ ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการจ่ายที่สูงมากของเกมไพ่บาคาร่า

ดังนั้นคุณคงไม่แปลกใจว่า ค่าความได้เปรียบของคาสิโนหรือ House Edge ของการเล่น Super Six Baccarat จะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 13.818% โดยที่โอกาสในการออกไพ่ของเจ้ามือที่จะเป็น 6 แต้มนั้นมีอยู่ที่ 5.386%

บาคาร่า 6 แต้ม มีกติกาการเล่นเป็นอย่างไร

การเล่น บาคาร่า 6 แต้ม หรือ Super Six บาคาร่านั้น ใช้กติกาการเล่นไม่ต่างกันกับการเล่นบาคาร่ารูปแบบทั่วไปเลย เพียงแต่ในเรื่องของการจ่ายเงินเมื่อชนะเดิมพันเท่านั้นที่จะแตกต่างกัน สำหรับกติกาในการเล่นบาคาร่านั้น สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้

  • การนับแต้มไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต้ม, ไพ่ 2 – 9 มีค่าตามแต้มบนหน้าไพ่คือ 2 – 9 แต้ม, ไพ่ 10 แต้มและไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 0 แต้ม
  • การเริ่มต้นเกม จะเริ่มต้นโดยผู้พนัน วางเดิมพันว่าจะเลือก Player หรือ Banker เป็นฝ่ายชนะ ( รวมไปถึงทางเลือกวางเดิมพันรูปแบบอื่นที่มีให้เลือกในเกมบาคาร่านั้น ๆ )
  • หลังจากที่ผู้พนันวางเดิมพันเรียบร้อยแล้ว ดีลเลอร์แจกไพ่ให้ฝั่งผู้เล่นและเจ้ามือ ฝั่งละ 2 ใบ
  • จำนวนแต้มสูงสุดในมือของผู้เล่นและเจ้ามือคือ 9 แต้ม หากแต้มรวมที่ได้เป็นเลขสองหลัก จะนับแต้มเฉพาะเลขหลักหน่วย เช่น 5 + 8 = 13 จะเหลือ 3 แต้ม
  • การจั่วไพ่ใบที่สามของทั้ง 2 ฝั่งนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีแต้ม 5 แต้มหรือต่ำกว่า โดยสามารถดูกฎการจ่วไพ่ใบที่สามโดยละเอียดได้ในหัวข้อถัดไป
  • หลังจากที่จั่วไพ่เรียบร้อยแล้ว ไพ่ของผู้เล่นและมือเจ้ามือจะถูกเปรียบเทียบ ผู้ชนะคือฝั่งที่มีแต้มมากกว่า ในกรณีที่แต้มผู้เล่นและเจ้ามือเสมอกัน จะได้เงินเดิมพันคืน
  • การวางเดิมพันในรูปแบบเสมอ ( Tie ) ผู้พนันจะชนะเดิมพันก็ต่อเมื่อไพ่ของผู้เล่นและเจ้ามือเสมอกันเท่านั้น กรณีที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบอื่น ถือว่าแพ้เดิมพันทุกกรณี
  • การวางเดิมพันผู้เล่นไพ่คู่ ( Player Pair ) ไพ่สองใบแรกของผู้เล่นต้องเป็นไพ่แต้มเหมือนกันเท่านั้น กรณีที่ไพ่เป็นรูปแบบอื่นจะถือว่าเสียเดิมพันทันที
  • การวางเดิมพันเจ้ามือไพ่คู่ ( Banker Pair ) ไพ่สองใบแรกของเจ้ามือต้องเป็นไพ่แต้มเหมือนกันเท่านั้น กรณีที่ไพ่เป็นรูปแบบอื่นจะถือว่าเสียเดิมพันทันที

เทคนิคบาคาร่า ที่ควรรู้กับ “กฎการจั่วไพ่ใบที่ 3”

การเรียกไพ่ใบที่สาม ไม่ว่าจะเป็นไพ่ทางฝั่งของผู้เล่นหรือเจ้ามือ จะมีกฎสำหรับการจั่วไพ่ใบที่สาม ซึ่งถือเป็น เทคนิคบาคาร่า ที่ผู้พนันควรทำความเข้าใจเอาไว้ เพราะนี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงมีการเล่นบาคาร่าแบบมีค่าคอมมิสชั่น เมื่อเลือกวางเดิมพันฝั่งเจ้ามือ ( Banker ) ชนะ สำหรับการเรียกไพ่ใบที่สามอาจมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับกฎต่อไปนี้

  • หากผู้เล่นหรือเจ้ามือได้ 8 หรือ 9 แล้ว จะเรียกว่า ป๊อก ( Natural ) ถือว่าเกมนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ผู้ที่ได้ไพ่ป๊อกเป็นผู้ชนะ กรณีที่ได้ทั้งผู้เล่นและเจ้ามือแต้มป๊อก ให้เปรียบเทียบแต้มกัน โดยป๊อก 9 แต้มจะมีค่ามากกว่าป๊อก 8 แต้ม
  • หากผู้เล่นได้แต้ม 5 แต้มหรือต่ำกว่า จะต้องทำการจั่วไพ่ใบที่สาม และหากผู้เล่นได้แต้ม 6 หรือ 7 แต้ม ให้อยู่ ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม
  • หากผู้เล่นอยู่เมื่อมีแต้ม 6 หรือ 7 แต้มแล้ว เจ้ามือต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 ในกรณีที่เจ้ามือมีแต้ม 5 แต้มหรือต่ำกว่า แต้ถ้ามีแต้ม 6 แต้มหรือ 7 แต้ม เจ้ามือไม่ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3
  • หากผู้เล่นจั่วไพ่ใบที่ 3 เจ้ามือจะใช้ประโยชน์จากกฎการจั่วไพ่ ในการตัดสินใจว่าจะจั่วไพ่ใบที่ 3 หรือไม่ โดยดูจากแต้มรวมของเจ้ามือ และแต้มของไพ่ใบที่ 3 ที่ผู้เล่นจั่วไป ตามตารางต่อไปนี้

เมื่อทั้ง 2 ฝั่งจั่วไพ่ใบที่ 3 เรียบร้อยแล้ว ให้เปรียบเทียบแต้มไพ่ว่าฝั่งไหนมีแต้มสูงกว่ากัน ซึ่งจากกติการการเล่นไพ่บาคาร่าที่อธิบายด้านบนนี้ จะเห็นได้ว่า เทคนิคบาคาร่า เงื่อนไขในการจั่วไพ่ใบที่ 3 จะสร้างความได้เปรียบให้กับฝั่งเจ้ามือ เนื่องจากว่าเป็นการตัดสินใจหลังจากที่เห็นไพ่ของผู้เล่นแล้ว จึงเป็นเหตุผลที่การจ่ายค่าตอบแทนการวางเดิมพันฝั่งเจ้ามือ น้อยกว่าการจ่ายให้สำหรับการเดิมพันฝั่งผู้เล่น

บาคาร่า 6 แต้ม เล่นอย่างไรให้ได้เปรียบ

สำหรับ เทคนิคบาคาร่า เพื่อเพิ่มโอกาสในการเอาชนะ บาคาร่า 6 แต้ม คือการทำให้เจ้ามือมีแต้มในมือเท่ากับ 6 แต้ม ซึ่งคำแนะนำของเราคือ คุณควรวิเคราะห์สถานการณ์ว่า คุณควรตัดสินใจวางเดิมพันเมื่อไหร่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะเดิมพันได้ง่ายขึ้น เมื่อคุณรู้แล้วว่าโอกาสในการเดิมพัน ผลลัพธ์แบบนี้มีเพียง 5% เท่านั้น ดังนั้นคุณไม่มีความจำเป็นต้องวางเดิมพัน บาคาร่า 6 แต้ม หรือ Super Six Baccarat ทุกตา หาจังหวะดี ๆ เหมาะสมดีกว่า

  • ควรวางเดิมพัน บาคาร่า 6 แต้ม กับเกมบาคาร่าที่เล่นมาเกิน 30% ของขอนไพ่แล้ว เนื่องจากคุณสามารถสังเกตไพ่ที่ออกไปก่อนหน้าว่าเป็นไพ่แต้มอะไรบ้าง
  • เลือกวางเดิมพัน Super Six Baccarat กับเกมที่ขอนไพ่ที่ยังเหลือไพ่ 6 อยู่เยอะจะเพิ่มโอกาสในการออกไพ่ที่แต้มเท่ากับ 6 ได้มากขึ้น เช่น 10 + 6 หรือ K + 6 เป็นต้น
  • ถึงแม้เจ้ามือจะได้แต้มเท่ากับ 6 แต้ม แต่จะไม่สามารถชนะผู้เล่นที่ได้ไพ่ป๊อก ( Natural ) หรือมีแต้มเป็น 8 หรือ 9 ได้ ดังนั้นควรวางเดิมพัน บาคาร่า 6 แต้ม หลังจากที่มีการชนะกันด้วยไพ่ป๊อก หรือ ไพ่แต้ม 8 และ 9 ออกไปหลาย ๆ ตาแล้ว
  • ในกรณีที่เจ้ามือสามารถเอาชนะผู้เล่น จากการมี 6 แต้มและมีเพียงไพ่ 2 ใบ จะต้องมาจากเงื่อนไขที่ว่าผู้เล่นมีไพ่ 2 ใบในมือซึ่งมีแต้มต่ำกว่า 5 และจำเป็นจะต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 ( ตามกฎการจั่วไพ่ ) ไพ่ที่ผู้เล่นจั่วขึ้นมาควรเป็นไพ่ 7 แต้ม เพราะจะทำให้ผลรวมกลายเป็นไพ่แต้มต่ำลง
  • การเลือกเล่น บาคาร่า 6 แต้ม เมื่อเห็นว่ามีไพ่ 7 แต้มออกจากขอนไพ่ไปเยอะแล้ว ถือเป็นช่วงเวลาที่ดี

คุณสามารถเล่นบาคาร่าในรูปแบบการวางเดิมพันแบบอื่น ๆ ผสมผสานกับการวางเดิมพัน บาคาร่า 6 แต้ม ได้ เพียงแค่หาโอกาสที่ดีที่สุด ว่าควรวางเดิมพันตาไหน คุณไม่จำเป็นต้องเล่น Super Six Baccarat ทุกตา ซึ่งเป็น เทคนิคบาคาร่า ที่จะทำให้คุณได้กำไรกลับมาได้ง่ายขึ้น และไม่เสียเงินเดิมพันไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งคุณสามารถเล่น บาคาร่า 6 แต้ม ได้บนเว็บไซต์ veguspro.com